ท่านเคยได้ยิน หลักสัจธรรม 4 สู่ชีวิตนิรันดร์ หรือยัง?

พระเจ้าคือใคร ?

พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ ผู้สถิตอยู่ทั่วไปในพื้นแผ่นดินโลก และ บนท้องฟ้ามหาสวรรค์ พระองค์ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิจนิรันดร์ พระเจ้าทรงฤทธานุภาพ ใหญ่ยิ่ง และพระองค์ได้ทรงเนรมิตสร้างทุกสิ่ง ในโลกและจักรวาลทั้งปวง พระองค์ ทรงทราบความเป็นไปในธรรมชาติ พระองค์ทรงบำรุง ทรงปกครอง และทรงพิทักษ์รักษาโลก และจักรวาล ด้วยฤทธิ์อำนาจของพระองค์

พระลักษณะของพระเจ้าประกอบไปด้วยความบริสุทธิ์ ความชอบธรรม และความยุติธรรม พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก พระองค์ทรงรักมนุษย์มา ก ถึง แม้ว่ามนุษย์ได้กระทำผิด โดยไม่ยอมเชื่อฟัง และปฏิเสธพระองค์ แต่กระนั้นพระองค์ ยังทรงแผ่ความรักของพระองค์ลงมาโดย ทางพระเยซูคริสต์ เพื่อนำให้มนุษย์ชาติกลับคืนไปหาพระองค์อีก

หลักสัจธรรมประการแรก จักรวาลมีหลักธรรมชาติควบคุมฉันใด ความสัมพันธ์ระหว่ างท่านกับพระเจ้าก็มีหลักสัจธรรมฝ่ายวิญญาณจิตควบคุมฉันนั้น


1. พระเจ้าทรงรักท่านและทรงมีแผนการ อันประเสริฐยิ่งสำหรับชีวิตของท่าน

(หากเป็นไปได้ ขอให้ท่านอ่านข้อพระธรรมต่างๆ ที่อ้างไว้ในหนังสือเล่มนี้จาก พระคริสตธรรมคัมภีร์โดยตรง )

ความรักของพระเจ้า

“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพร ะบุตรองค์เดียวของ พระ องค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้น จะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 3:16)

แผนการของพระเจ้า

(พระเยซูคริสต์ตรัสว่า) “เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิตและจะได้อย่ างครบ บริบูรณ์” คือ ชีวิตที่อิ่มเอม และมีความหมาย (ยอห์น 10:10)

แต่ทำไมเล่าคนส่วนมากจึงยังไม่ได้ พบกับชีวิตที่ครบบริบูรณ์นี้?


2. มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป และถูกตัดขาด จากพระเจ้า ดังนั้นจึงไม่สามารถรู้และ พบกับความรัและแผนการของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเขาได้

มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป

“เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า” (โรม 3:23)

พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้มีความสามัคคีธรรมกับพระองค์ แต่เพราะความ ดื้อด้านตามใจปรารถนาของตนเองมนุษย์จึงเลือกดำเนินชีวิตอย่างอิสระ ด้วยเหตุนี้ ความสามัคคีธรรมระหว่างเขากับพระเจ้าจึงขาดลง การทำตามใจปรารถนาของมนุษย์นี้แสดงออกโดยการปฏิเสธที่จะเชื่อฟังพระเจ้าและเฉยเมยต่อพระองค์ การกระทำเช่นนี้แหละ ที่พระคริสตธรรมคัมภีร์เรียกว่า บาป

มนุษย์ถูกตัดขาดจากพระเจ้า

“ ค่าจ้างของความบาป คือความตาย ”- คือ ความตายฝ่ายวิญญาณจิต
เพราะถูกตัดขาดจากพระเจ้า (โรม 6:23)

พระเจ้าทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ และมนุษย์เป็น คนบาป จึงเสมือนมีหุบเหวอันลึก และกว้าง ใหญ่ขวางกั้น ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์มนุษย์แสวงหาวิถีทางที่ จะข้ามหุบเหวนี้อยู่เรื่อยมา เพื่อไปสู่พระเจ้าและรับชีวิตที่ครบบริบูรณ์ โดย การอาศัยสติปัญญา ความสามารถของตนเอง เช่น บำเพ็ญตนเป็นคนดีมี ศีลธรรม และ ยึดถือหลักปรัชญาต่างๆ ฯลฯ

หลักสัจธรรมประการที่สามเป็นทางเดียวเท่านั้น ที่จะไขปัญหาอันยุ่งยากนี้ได้ …


3. โดยทางพระเยซูคริสต์เท่านั้นที่พระเจ้าทรงจัด เตรียมไว้เพื่อชำระล้างความผิดบาปของมนุษย์
โดยพระองค์ท่านจะสามารถรู้และพบกับความรักของพระเจ้าและแผนการของพระองค์สำหรับชีวิตของท่านได้

พระองค์ยอมตายแทนเรา

“ แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือ ขณะที่เรา ยังเป็นคนบาป พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา” (โรม 5:8)

พระองค์ทรงคืนพระชนม์

“พระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์ เพราะบาปของเราทั้งหลายตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาใหม่ ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์นั้น พระองค์ทรงปรากฎแก่เคฟาส แล้วแก่อัครทูตสิบสองคน ภายหลังพระองค์ทรงปรากฎแก่พวกพี่น้อ งกว่าห้ าร้อยคนในคราวเดียว…” (1 โครินธ์ 15:3-6)

พระองค์ทรงเป็นทางเดียวเท่านั้น

พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิ ต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้ ( พระเจ้า ) นอกจากจะมาทางเรา” (ยอห์น 14:6)

พระเจ้าทรงเชื่อมหุบเหวที่ขวางกั้นระหว่างพระองค์กับมนุษย์ โดยการส่ ง พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์ให้ลงมาสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแทนเรา

การรู้แต่เพียงหลักสัจธรรมสามประการนี้เท่านั้น ยังไม่เป็นการเพียงพอ…


4. เราจำเป็นต้องรับเอาพระเยซูคริสต์ เป็นพระผู้ช่วยให้ รอดและเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราเป็นส่วนตัวแล้ว เราจึงจะสามารถรู้และพบกับความรักของพระเจ้า
กับแผนการของพระองค์สำหรับชีวิตของเราได้

เราต้องรับเอาพระเยซูคริสต์

“ คนทั้งหลายที่ได้ต้อนรับพระองค์ พระองค์ทรงโปรด ให้มีอำนาจที่จะเป็นบุตรของพระเจ้าได้” (ยอห์น 1:12)

เรารับเอาพระเยซูคริสต์โดยความเชื่อ

“ ด้วยว่าซึ่งเราทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อและมิใช่ โดยตัวเราทั้งหลาย กระทำเอ ง แต่พระเจ้าทรงประทานให้ความรอดนั้นจะ เนื่องด้วยการกระทำก็หามิได้ เพื่อมิให้คนหนึ่งคนใดอวดได้” (เอเฟซัส 2:8-9)

เมื่อเราต้อนรับพระเยซูคริสต์ เราจะได้รับ ประสบการณ์ในการบังเกิดใหม่ (อ่าน ยอห์น 3:1-8)

เรารับเอาพระเยซูคริสต์โดยการเชื้อเชิญพระองค์เป็นส่วนตัว

(พระเยซูคริสต์ตรัสว่า) “นี่แน่ะ เรายืนเคาะอยู่ที่ประตูถ้าผู้ใดได้ยินเสียง
ของเราและเปิดประตู เราจะเข้าไปหาผู้นั้น” (วิวรณ์ 3:20)

การรับเอาพระเยซูคริสต์คือหันหลังให้ความบาปและหันหน้าเข้าหาพระเจ้า ไว้วางใจว่าพระเยซูคริสต์ จะเสด็จเข้ามาในชีวิตของเราและอภัยโทษบาป ให้แก่เรา และทำให้ เราเป็นที่พอพระทัยพระองค์การเห็นด้วยกับข้ออ้าง ของพระเยซูคริสต์ หรือมีความรู้สึกทางอารมณ์เท่านั้น ยังไม่เป็นการเพียงพอ

วงกลมทั้งสองนี้แสดงให้เห็นถึงชีวิตสองแบบ

ชีวิตตามใจตนเอง

ชีวิตที่พระเยซูคริสต์ครอบครอง

ตน - ตนเองอยู่บนบัลลังก์ชีวิต

† - พระคริสต์อยู่ภายนอกชีวิต

• - ความสนใจต่างๆที่ทำตามใจตนเอง ก่อให้เกิดการขัดแย้งและ ความไม่สมหวังอยู่เสมอ

† - พระคริสต์ประทับบนบัลลังก์ชีวิต

ตน - ตนเองลงจากบัลลังก์

• - ความสนใจต่างๆที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพระเจ้าผู้มีความสามารถไม่มีขอบเขตจำกัด
มีผลให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างสอดคล้องกับแผนการอันประเสริฐของพระองค์

วงกลมไหนเปรียบเสมือนชีวิตของท่านในขณะนี้ ?

ท่านต้องการให้ชีวิตของท่านเป็นแบบวงกลมไหน?

ต่อไปนี้คือคำอธิบายว่า ท่านจะรับเอาพระเยซูคริสต์ได้อย่างไร?


ท่านสามารถรับเอาพระเยซูคริสต์ได้เดี๋ยวนี้ โดยการอธิษฐาน ด้วยความเชื่อ

(การอธิษฐาน คือ การสนทนากับพระเจ้า)

พระเจ้าทรงทราบจิตใจของท่านพระองค์มิได้สนพระทัยกับถ้อยคำที่ท่าน อธิษฐานนัก หากแต่ทรงสนพระทัยในความจริงใจของท่านมากกว่า
ต่อไปนี้คือตัวอย่างคำอธิษฐานด้วยความเชื่อ ซึ่งใคร่จะแนะนำแก่ท่าน

“ข้าแต่พระเยซูคริสต์เจ้า ข้าพเจ้าปรารถนาพระองค์ด้วยสุดใจข้าพ เจ้าขอเปิดประตู ชีวิตต้อนรับเอาพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดแล ะ เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า ขอขอบพระคุณพระองค์ที่ทรง ประทานอภัยโทษความผิดบาปให้แก่ข้าพเจ้า โปรดครอบครอง บัลลั งก์ชีวิตของข้าพเจ้า และนำให้ข้าพเจ้าดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ ของพระองค์เถิด อาเมน ”

คำอธิษฐานนี้ ตรงกับใจปรารถนาของท่านหรือไม่?

ถ้าหากตรงโปรดอธิษฐานเดี๋ยวนี้ แล้วพระเยซูคริสต์ก็จะเสด็จเข้ามาประทับในชีวิตของท่าน ตามที่พระองค์ทรงสัญญาไว้


จะรู้ว่าพระเยซูคริสต์ประทับอยู่ในชีวิตจิตใจของท่านได้อย่างไร?

เมื่อท่านอธิษฐานแล้วท่านคิดว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จเข้ามาประทับใน
ชีวิตของท่านหรือยัง ? ตามพระสัญญาที่พระเยซูคริสต์ให้ไว้ในพระธรรม
วิวรณ์ 3:20 นั้น เดี๋ยวนี้พระองค์ประทับอยู่ที่ไหน ?

พระเยซูคริสต์ตรัสว่า พระองค์จะเสด็จเข้ามาประทับในชีวิตของท่าน
ท่านคิดว่าพระองค์หลอกลวงท่านหรือไม่?

ท่านรู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้าได้ทรงตอบคำอธิษฐานของท่านแล้ว ?
( รู้ได้โดยพระเจ้าผู้ทรงไว้ซึ่งความซื่อสัตย์ และโดยพระวจนะของพระองค์ พระเจ้าทรงรักษาพระสัญญาของพระองค์เสมอ)

พระคริสตธรรมคัมภีร์สัญญาว่าผู้ใดที่ยอมรับเอาพระเยซูคริสต์ ผู้นั้นจะได้ชีวิตนิรันดร์

“และพยานหลักฐานนั้น คือว่า พระเจ้าได้ทรงโปรดประทานชีวิตนิรันดร์ให้
เราทั้งหลาย และชีวิตนี้มีอยู่ในพระบุตรของพระองค์ ผู้ที่มีพระบุตรก็มีชีวิต
ผู้ที่ไม่มีพระบุตรก็ไม่มี ชีวิต ข้อความเหล่านี้ข้าพเจ้าได้เขียนถึงท่านทั้งหลายที่ เชื่อในพระนามพระบุตรของ พระเจ้าเพื่อท่านทั้งหลายจะได้รู้ว่าท่าน
มีชีวิตนิรันดร์…” (1 ยอห์น 5:11-13)

จงขอบพระคุณพระเจ้าอยู่เสมอ ที่พระคริสต์ประทับอยู่ในชีวิตของท่านและ พระองค์จะไม่ทรงละทิ้งท่าน (ฮีบรู 13:5) ท่านสามารถที่จะรู้ได้ว่าพระเยซู คริสต์ผู้ทรงพระชนม์สถิตอยู่ในท่าน และท่านมีชีวิตนิรันดร์ตั้งแต่วินาทีที่ท่านทูลเชิญพระองค์ให้เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน ตามพระสัญญาของพระองค์ พระองค์จะไม่ทรงหลอกลวงท่านเป็นอันขาด

ส่วนความรู้สึกนั้นเล่าเป็นอย่างไร ?


อย่าพึ่งพิงความรู้สึก

หน้าที่ของเราคือ ต้องยึดมั่นในพระสัญญาของพระเจ้าเป็นหลักมิใช่ถือเอา ความรู้สึกของเรา เป็นเกณฑ์ คริสเตียนดำรงชีวิตโดยความเชื่อ ( ไว้วางใจใน พระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ ) แผนภาพรถไฟนี้แสดงให้เห็นถึงความ สัมพันธ์ระหว่า ความจริง (พระเจ้าและพระวจนะ ของพระองค์) ความเชื่อ (ความไว้วางใจในพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ และ ความรู้สึก
(ผลของความเชื่อ และการเชื่อฟัง) (ยอห์น 14:21)

ไม่ว่าจะมีตู้ผู้โดยสารหรือไม่ก็ตาม รถไฟก็ย่อมแล่นไปได้เสมอเพราะ
ตู้ผู้โดยสารนั้นมิได้มีส่วนช่วยในการฉุดลากรถไฟให้เคลื่อนที่แต่อย่างใด ชีวิตคริสเตียนก็ทำนองเดียวกันนี้ คือ เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงความรู้สึกหรือถือเอาอารมณ์เป็นเกณฑ์แต่อย่างใดหากแต่ต้องเชื่อ (ไว้วางใจ)ในพระเจ้า และพระสัญญาของพระองค์


เมื่อท่านรับพระเยซูคริสต์แล้ว

ในทันทีที่ท่านรับเอาพระเยซูคริสต์โดยความเชื่อนั้น มีหลายสิ่งหลายอย่างได้บังเกิดขึ้นในชีวิตของท่าน รวมทั้งสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ด้วย

    พระเยซูคริสต์ได้เสด็จเข้ามาประทับในชีวิตของท่านแล้ว (วิวรณ์ 3:20 และ โคโลสี 1:27)
    ท่านได้รับการอภัยโทษบาปแล้ว (โคโลสี 1:14)
    ท่านได้กลายเป็นบุตรของพระเจ้าแล้ว (ยอห์น 1:12)
    ท่านเริ่มเผชิญชีวิตที่ตื่นเต้น ตามที่พระเจ้ามีแผนการไว้ให้แก่ท่านแล้ว (ยอห์น 10:10; 2 โครินธ์ 5:17;1 เธสะโลนิกา 5:8)

ท่านลองคิดดูซิว่ามีอะไรที่ประเสริฐยิ่งกว่าการรับพระเยซูคริสต์ ท่านอยาก จะอธิษฐานขอบพระคุณพระเจ้า สำหรับสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อท่านเดี๋ยวนี้ไหม ? การขอบพระคุณพระเจ้าเป็นการสำแดงออกซึ่งความเชื่อ ที่เรามีต่อพระองค์


แนวทางปฏิบัติเพื่อให้ชีวิตคริสเตียนเจริญขึ้น

ความเจริญฝ่ายวิญญาณจิตก็เนื่องมาจากการเชื่อและไว้วางใจในพระเยซูคริสต์ “ คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ ” (กาลาเทีย 3:11) การดำเนินชีวิตโดยความเชื่อจะช่วยให้ท่านไว้วางใจพระเจ้าในทุกด้านมากขึ้น เป็นลำดับและทำให้ท่านสามารถปฏิบัติตามข้อแนะนำ 6 . ต่อไปนี้ได้

    อ- อธิษฐานเข้าเฝ้าพระเจ้าเป็นประจำทุกวัน (ยอห์น 15:7)
    อ- อ่านพระคัมภีร์ทุกวัน (กิจการ 17:11) เริ่มด้วยพระธรรมกิตติคุณยอห์น
    อ- อ่อนน้อมเชื่อฟังพระเจ้าทุกลมหายใจ (ยอห์น 14:21)
    อ- ออกไปเป็นพยานเพื่อพระเยซูคริสต์ด้วยชีวิตและด้วยวาจา (มัทธิว 4:19; ยอห์น15:8)
    อ- อ้างเอาพระเจ้าเป็นที่พึ่งในทุกด้านของชีวิต ( เปโตร 5:7)
    อ- เอาพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้นำและควบคุมชีวิตของท่าน (กาลาเทีย 5:16-17; กิจการ 1:8)

ความสำคัญของการเป็นสมาชิกคริสตจักร

พระเจ้าได้ทรงบัญชาไว้ในพระธรรมฮีบรู 10:25 ว่า “ซึ่งเราเคยประชุมกันนั้น อย่าให้หยุด” ถ่านติดไฟรวมกันย่อมให้ความร้อนแต่ถ้าแยกเอาถ่านแต่ละ ก้อนออกจากเตาไฟในไม่ช้าถ่านแต่ละก้อนก็จะดับลง ทำนองเดียวกัน ความสัมพันธ์ของท่านและคริสเตียนทั้งหลายที่มีต่อพระเจ้าก็เป็นฉันนั้น ถ้าท่าน ยังมิได้เป็นสมาชิกคริสตจักรหนึ่งคริสตจักรใดก็อย่าได้คอยท่าจนกว่าจะได้รับคำเชิญเลย ท่านควรไปหาศิษยาภิบาลของคริสตจักรที่อยู่ใกล้บ้านของท่าน ซึ่งเป็นคริสตจักรที่ถวายพระเกียรติแก่พระคริสต์และประกาศพระกิตติคุณ ของพระองค์ แจ้งความจำนงขอเป็นสมาชิกแล้ว เริ่มไปนมัสการพระเจ้าในคริสตจักรนั้นในสัปดาห์ที่จะถึง และในสัปดาห์ต่อๆ ไป

ท่านปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นรับประสบการณ์เช่นนี้ไหม?


ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมไหม?

ถ้าคุณต้องการที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับพระเจ้า ท่านสามารถเข้าไปเยี่ยมชมที่เวบไซด์

www.jesus2you.org

หรือเขียนมาหาเราได้ที่

response@jesus2you.org

Thailand Campus Crusade for Christ
PO Box 6 Samsennai Bangkok,
10400 Thailand